5 สถานที่พักผ่อนลับในอินโดนีเซียที่คนในพื้นที่แนะนำ
กุมภาพันธ์นี้ ลองข้ามจุดหมายปลายทางเดิมๆ แล้วออกเดินทางไปยังมุมต่างๆ ของอินโดนีเซียที่คนในพื้นที่นิยมไปเพื่อสัมผัสชายหาดที่เงียบสงบ น้ำตกที่ซ่อนอยู่ และระยะห่างที่มากพอจะทำให้คุณรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง
เดือนกุมภาพันธ์ซึ่งมักถูกขนานนามว่าเป็น "เดือนแห่งความรัก" เป็นโอกาสอันดีที่จะออกจากเมืองโดยไม่ต้องวางแผนล่วงหน้ามากนัก สำหรับในอินโดนีเซีย นั่นไม่จำเป็นต้องหมายถึงชายหาดที่พลุกพล่านที่สุดของบาหลีหรือจุดชมวิวที่มีคนถ่ายรูปกันมากมายเสมอไป
ทั่วทั้งหมู่เกาะแห่งนี้ มีจุดหมายปลายทางที่คนในพื้นที่แนะนำสำหรับการพักผ่อนระยะสั้นที่มีความหมาย และนี่คือ 5 สถานที่ที่มีความสมดุลทั้งในด้านการเดินทาง บรรยากาศ และความเงียบสงบ พร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรมเมื่อคุณไปถึง
1. หาดอาตูห์ (Atuh Beach), นูซาเปอนีดา, บาหลี
วิธีการเดินทาง:
จากบาหลี ให้ขึ้นเรือเร็วจากซานูร์ไปยังนูซาเปอนีดา ซึ่งมีให้บริการทุกวันและใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากท่าเรือนูซาเปอนีดา ให้เช่ารถจักรยานยนต์หรือรถยนต์พร้อมคนขับเพื่อไปยังหาดอาตูห์ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ ถนนอาจขรุขระ ดังนั้นประสบการณ์ในการขับขี่จึงมีความสำคัญ
กิจกรรมที่น่าสนใจ:
ควรไปแต่เช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบวันเดย์ทริป คุณสามารถว่ายน้ำได้เมื่อกระแสน้ำสงบ หรือจะพักผ่อนบนชายฝั่งและสำรวจหน้าผาโดยรอบก็ได้ คนในพื้นที่หลายคนแนะนำให้ไปหาดอาตูห์ควบคู่กับหาดไดมอนด์ (Diamond Beach) ที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อเที่ยวชมชายฝั่งแบบครึ่งวัน
เคล็ดลับ:
โปรดเตรียมเงินสด น้ำดื่ม และรองเท้าที่แข็งแรงสำหรับการเดินลงบันไดที่สูงชันไปยังชายหาด สัญญาณโทรศัพท์อาจไม่เสถียรในบางจุด
2. น้ำตกตุมปักเซวู (Tumpak Sewu Waterfall), ชวาตะวันออก
วิธีการเดินทาง:
บินไปลงที่มาลังหรือสุราบายา จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์ไปยังเขตลูมาจัง (Lumajang Regency) จากบริเวณที่จอดรถ จะมีจุดชมวิวที่กำหนดไว้และเส้นทางเดินป่าลงไปยังฐานน้ำตก การเดินลงใช้เวลาประมาณ 30 ถึง 45 นาที
กิจกรรมที่น่าสนใจ:
เริ่มต้นที่จุดชมวิวด้านบนเพื่อชมทัศนียภาพแบบพาโนรามาของน้ำตกรูปครึ่งวงกลม หากสภาพอากาศปลอดภัย ให้เดินลงไปด้านล่างพร้อมกับไกด์ท้องถิ่นเพื่อไปยังฐานน้ำตก ประสบการณ์นี้อาจต้องใช้กำลังกายมากกว่าความโรแมนติก แต่นั่นคือส่วนหนึ่งของเสน่ห์
เคล็ดลับ:
สวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าที่มีการยึดเกาะที่ดี เนื่องจากเส้นทางอาจเป็นโคลน ควรไปเยี่ยมชมในช่วงฤดูแล้งเพื่อให้เดินทางได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
3. หมู่เกาะการิมุนจาวา (Karimunjawa Islands), ชวากลาง
วิธีการเดินทาง:
เดินทางไปยังเจปารา (Jepara) ในชวากลาง จากนั้นขึ้นเรือเฟอร์รี่หรือเรือเร็วไปยังการิมุนจาวา นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินจำนวนจำกัดจากเซมารัง ตารางเดินเรืออาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ ดังนั้นควรตรวจสอบล่วงหน้า
กิจกรรมที่น่าสนใจ:
เที่ยวชมเกาะเล็กเกาะน้อย ดำน้ำตื้นดูปะการัง หรือเช่ารถจักรยานยนต์เพื่อสำรวจชายหาดบนเกาะหลัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกพักในโฮมสเตย์ที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัว ซึ่งคนในพื้นที่กล่าวว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสบรรยากาศของที่นี่
เคล็ดลับ:
ควรจองที่พักก่อนเดินทางมาถึงในช่วงวันหยุดยาว เตรียมครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการังและของใช้จำเป็นมาด้วย เนื่องจากบนเกาะเล็กๆ มีตัวเลือกจำกัด
4. หุบเขาฮารัว (Harau Valley), สุมาตราตะวันตก
วิธีการเดินทาง:
บินไปลงที่ปาดัง จากนั้นขับรถประมาณ 3-4 ชั่วโมงไปยังหุบเขาฮารัวใกล้กับบูกิตติงกี การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุด
กิจกรรมที่น่าสนใจ:
สำรวจนาข้าวด้วยจักรยาน เยี่ยมชมน้ำตกขนาดเล็ก หรือเพียงแค่พักผ่อนในที่พักแบบอีโคลอดจ์ที่มองเห็นวิวหน้าผา การปีนหน้าผาเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในหมู่กลุ่มผู้รักกิจกรรมกลางแจ้งในท้องถิ่น
เคล็ดลับ:
ควรพักค้างคืนอย่างน้อยหนึ่งคืน หุบเขาแห่งนี้จะเงียบสงบในช่วงเย็นและเช้าตรู่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์อื่นๆ อย่างชัดเจน
5. หมู่เกาะเดราวัน (Derawan Islands), กาลิมันตันตะวันออก
วิธีการเดินทาง:
บินไปยังเบอเรา (Berau) ผ่านบาลิกปาปัน จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์ไปยังตันจุงบาตู และต่อเรือสปีดโบ๊ทไปยังเกาะเดราวัน การเดินทางต้องมีการวางแผนแต่สามารถจัดการให้เสร็จสิ้นได้ภายในวันเดียว
กิจกรรมที่น่าสนใจ:
ดำน้ำตื้นกับเต่า เยี่ยมชมทะเลสาบแมงกะพรุนบนเกาะคากาบันที่อยู่ใกล้เคียง และเดินเล่นริมชายหาดในช่วงเย็น ที่พักมีตั้งแต่โฮมสเตย์เรียบง่ายไปจนถึงรีสอร์ทขนาดกลาง
เคล็ดลับ:
วางแผนการต่อรถและเรืออย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเที่ยวบินขากลับ สภาพอากาศอาจส่งผลต่อตารางเดินเรือได้
การเดินทางแบบกะทันหันไม่จำเป็นต้องหมายถึงการไม่เตรียมตัว ในเดือนกุมภาพันธ์ จุดหมายปลายทางเหล่านี้มอบความสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและความสะดวกในการเดินทาง แม้สถานที่จะไม่ได้ลึกลับไปเสียทั้งหมด แต่ยังคงรักษาบรรยากาศวิถีชีวิตท้องถิ่นเอาไว้ได้มากกว่าวงจรการท่องเที่ยวระดับโลก
สำหรับคู่รัก เพื่อนฝูง หรือนักเดินทางคนเดียวที่ต้องการหลีกหนีจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่พลุกพล่าน สถานที่เหล่านี้มีพื้นที่ให้คุณได้ใช้ชีวิตช้าลงโดยไม่ต้องแลกกับความลำบากในการเดินทางหรือความสะดวกสบาย
