Willy Chavarria จะสามารถสร้างนิยามใหม่ให้กับ Fendi ได้หรือไม่? พบกับดีไซเนอร์ชาวอเมริกันดาวรุ่งที่กำลังมาแรง
สิ่งที่เริ่มต้นจากการทำงานเบื้องหลังได้นำพา Willy มาสู่จุดที่กำลังจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของ Fendi ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเขา
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา Willy Chavarria ได้ก้าวจากการเป็นที่รู้จักในกลุ่มเฉพาะในแวดวงแฟชั่นนอกกระแสของนิวยอร์ก สู่การเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามองมากที่สุดในวงการเสื้อผ้าบุรุษ เขาทำเช่นนั้นได้ไม่ใช่ด้วยการวิ่งตามกระแสหรือความหวือหวา แต่ด้วยการนำเสนอวิสัยทัศน์ที่สะท้อนตัวตน การเมือง และการเผชิญหน้าอย่างลึกซึ้งว่าเสื้อผ้า โดยเฉพาะเสื้อผ้าบุรุษ สามารถสื่อสารอะไรได้บ้าง
บทความที่เกี่ยวข้อง: เมื่อแฟชั่นเข้าสู่ยุค Jockcore อย่างเต็มตัว—และบอกตามตรงว่ามันดูดีทีเดียว
ในขณะนี้ แหล่งข่าวหลายแห่งในอุตสาหกรรมยืนยันว่า Willy อยู่ในช่วงการเจรจาขั้นสุดท้ายเพื่อรับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Fendi Menswear การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะทำให้เขาเป็นดีไซเนอร์ที่เกิดในอเมริกาคนแรกและเป็นชาวลาตินคนแรกที่ได้นำทัพเสื้อผ้าบุรุษของแบรนด์หรูแห่งกรุงโรมนี้ แม้ว่า Fendi จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่สัญญาณต่างๆ ก็ชัดเจนแล้วว่า บทต่อไปของแบรนด์จะถูกเขียนขึ้นด้วยโครงสร้างไหล่ที่กว้างขึ้น การตัดเย็บที่นุ่มนวลขึ้น และมุมมองทางการเมืองที่เฉียบคมยิ่งขึ้น
ด้านล่างนี้คือลำดับเหตุการณ์ในอาชีพของดีไซเนอร์ผู้นี้และวิสัยทัศน์ที่นำพาเขาจากเซ็นทรัลแวลลีย์ในแคลิฟอร์เนียไปสู่ประตูของแบรนด์หรูแห่งกรุงโรม
ค.ศ. 2015 — การกำเนิดของแบรนด์
Willy เปิดตัวแบรนด์ในชื่อของเขาเองในปี 2015 โดยไม่มีการประโคมข่าวมากนักแต่มีมุมมองที่ชัดเจน หลังจากทำงานเบื้องหลังที่ Ralph Lauren และ American Eagle มาหลายปี เขาก็ได้ก้าวเข้าสู่พื้นที่อิสระด้วยคอลเลกชันที่ให้ความรู้สึกเหมือนอัตชีวประวัติมากกว่าการสร้างแบรนด์
มันเรียบง่ายและเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง: เสื้อเชิ้ตตัวโคร่ง โค้ทรงเหลี่ยม และกางเกงเอวสูง การคัดเลือกนายแบบก็ไม่เป็นไปตามขนบ โดยมีทั้งชายผิวสีน้ำตาล กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (queer) และรูปร่างแบบชนชั้นแรงงาน พวกเขาคือตัวละครที่หยิบยกมาจากชีวิตจริงของดีไซเนอร์เอง
เขาจัดแฟชั่นโชว์ครั้งแรกที่เกย์บาร์ที่มีชื่อเสียงในนิวยอร์ก “เรามีความรู้สึกว่าเราต้องมีแพลตฟอร์มเป็นของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อเพิกเฉยต่อความอัปลักษณ์ในโลกใบนี้ แต่เพื่อกำหนดความแข็งแกร่งของเราเองภายในโลกนั้น” เขากล่าวในการสัมภาษณ์ช่วงแรกๆ “ผมสร้างฐานผู้ชมที่เชื่อมโยงไม่ใช่แค่กับตัวแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเสียงสะท้อนของเราด้วย” ตั้งแต่เริ่มต้น ผลงานของเขาได้นำเสนอแนวคิดใหม่ๆ เสมอ
ค.ศ. 2020 — การร่วมงานกับ BENCH
บางทีการร่วมงานที่คาดไม่ถึงที่สุดอาจเกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อ Willy ประกาศเปิดตัวแคปซูลคอลเลกชันร่วมกับ BENCH ผู้ค้าปลีกแฟชั่นที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของฟิลิปปินส์ ด้วยชื่อเสียงในด้านการเข้าถึงตลาดมวลชน BENCH จึงได้มอบบริบทใหม่ให้กับดีไซเนอร์ที่ผลงานถูกมองว่าเป็นแนวอวองการ์ดมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่การร่วมงานครั้งนี้ก็สมเหตุสมผลในเชิงบริบท เขาให้ความสนใจในเรื่องการเข้าถึงได้มาโดยตลอด และเสื้อผ้าของเขาก็สื่อสารกับชุมชนที่มักถูกวงการแฟชั่นมองข้าม คอลเลกชัน Willy Chavarria x BENCH ได้นำสุนทรียศาสตร์ของเขามาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตีความการตัดเย็บแบบโอเวอร์ไซส์ผ่านมุมมองแบบเขตร้อนและขับเคลื่อนด้วยพลังของคนรุ่นใหม่
ค.ศ. 2022 — นิวยอร์กในมุมมองใหม่
ภายในปี 2022 Willy ได้กลายเป็นหนึ่งในเสียงที่ปลุกเร้าอารมณ์ที่สุดในวงการเสื้อผ้าบุรุษของนิวยอร์ก สำหรับฤดูกาล Spring/Summer 2023 เขาได้นำนิวยอร์กแฟชั่นวีคเข้าสู่โบสถ์โดยการจัดโชว์ภายใน Marble Collegiate Church สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ได้กลายเป็นฉากหลังของความยิ่งใหญ่ โดยมีสูทกระดุมสองแถว ปกเสื้อที่กว้างเป็นพิเศษ กางเกงตัวโคร่ง ชุดกีฬาที่นุ่มนวล และเสื้อตัวนอกที่มีโครงสร้างราวกับงานประติมากรรมเคลื่อนผ่านทางเดินในโบสถ์
คอลเลกชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากทั้งสไตล์สตรีทและพิธีกรรม เสื้อทรงระฆังและเสื้อคลุมที่มีแขนเสื้อทรงกลมทำให้นึกถึงเสื้อผ้าสตรีของ Balenciaga และ Dior ในยุคก่อนสงคราม ในขณะที่ผ้าซาตินเครปและผ้าซาตินดัชเชสช่วยให้ชิ้นงานมีน้ำหนักที่ดูเย้ายวน ช่อดอกไม้ซาตินทำมือปรากฏบนเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงขาบานที่ลากยาวเหมือนชุดประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ค.ศ. 2023 — รางวัลเกียรติยศจาก CFDA
การยอมรับในอุตสาหกรรมของ Willy พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับใหม่ในปี 2023 เมื่อเขาได้รับรางวัล CFDA American Menswear Designer of the Year และเขายังได้รับเกียรติเดิมนี้ อีกครั้งในปี 2024 ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์เพียงไม่กี่คนที่ครองตำแหน่งนี้สองปีติดต่อกัน ในตอนนั้น โชว์ของเขาได้กลายเป็นพิธีกรรมประจำฤดูกาลไปแล้ว เขาได้ออกแบบเสื้อผ้าให้กับทุกคนตั้งแต่ Lewis Hamilton ไปจนถึง Bad Bunny แต่เขาก็ยังคงรักษาความเป็นอิสระไว้อย่างเหนียวแน่น
สำหรับคอลเลกชัน Spring/Summer ของปีนั้น Willy กลับมาที่นิวยอร์กพร้อมกับโชว์ที่เปลี่ยนตึก Woolworth ให้กลายเป็นวิหารแห่งความแตกต่าง คอลเลกชันนี้เต็มไปด้วยความโรแมนติกและใช้ประโยชน์จากความยิ่งใหญ่ของสถานที่ได้อย่างเต็มที่ ดอกกุหลาบขนาดมหึมาประดับอยู่บนหน้าอกของเหล่านายแบบ ในขณะที่ความระยิบระยับของเลื่อมและผ้าไหมถูกถ่วงดุลด้วยผ้าลินินที่โปร่งสบายและผ้าที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล ชุดสีขาวล้วนที่โดดเด่นด้วยโบว์ขนาดใหญ่ทำให้นึกถึงขบวนแห่ในงานแต่งงาน
นอกจากนี้ เขายังได้สำรวจรูปแบบของชุดนักเรียนด้วยความรู้สึกถวิลหาอดีตที่แฝงความขี้เล่น กางเกงขาสั้นความยาวระดับเข่าถูกจับคู่กับเสื้อถักลายกางเขน กางเกงทรงพองเข้าคู่กับแจ็คเก็ตแนวสปอร์ต รองเท้าอ็อกซ์ฟอร์ด และถุงเท้าสูงถึงเข่า ชวนให้นึกถึงกิจวัตรที่เร่งรีบในการเปลี่ยนชุดหลังเลิกเรียน มันคือการศึกษาเรื่องการสไตลิ่งแบบผสมผสาน (high-low styling) รวมถึงความอ่อนโยนและความสนุกสนาน
ค.ศ. 2025 — Fendi?
ในขณะนี้ ด้วยรายงานข่าวที่แพร่สะพัดเกี่ยวกับการแต่งตั้งเขาที่ Fendi ที่กำลังจะเกิดขึ้น Willy พร้อมแล้วที่จะสร้างผลกระทบครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หากได้รับการยืนยัน เขาจะกลายเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ชาวอเมริกันเพียงไม่กี่คนที่ได้นำทัพแบรนด์มรดกเก่าแก่ของยุโรป และเป็นชาวชิคาโน (Chicano) คนแรกที่ดำรงตำแหน่งนั้น
Fendi ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องสายเลือดชาวโรมัน คลังผลงานขนสัตว์ และการตัดเย็บที่มีโครงสร้างแบบสถาปัตยกรรม อาจดูเหมือนเป็นผืนผ้าใบที่ไม่น่าจะเข้ากับงานดีไซน์ที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ของเขาได้ แต่คนในวงการชี้ให้เห็นว่านั่นแหละคือประเด็นสำคัญ ในระบบนิเวศของสินค้าหรูยุคหลังสตรีทแวร์ที่แบรนด์ต่างๆ กำลังมองหาความจริงแท้ทางอารมณ์ Willy ได้นำเสนอสิ่งที่หาได้ยาก นั่นคือดีไซเนอร์ที่มีจิตวิญญาณ ความหลากหลาย และมโนธรรมทางการเมือง
หากการแต่งตั้งนี้เกิดขึ้นจริง เตรียมพบกับการเปลี่ยนแปลงจากความหรูหราแบบชนชั้นสูงไปสู่ความลุ่มลึกทางจิตวิญญาณ มันจะเป็นเรื่องของสถานะทางสังคมน้อยลงและเป็นเรื่องของเรื่องราวมากขึ้น Fendi อาจกลายเป็นไม่ใช่แค่ห้องเสื้อแฟชั่นในเร็วๆ นี้ แต่เป็นบ้านแห่งความรู้สึก
เอื้อเฟื้อภาพโดย Willy Chavarria, V Magazine, Kristine Barreiro
















