อาหารจากพืช อาหารฟังก์ชัน และอื่นๆ—วิธีที่สิงคโปร์ผสมผสานการออกกำลังกายและโภชนาการเข้าด้วยกัน
นอกเหนือจากการเข้ายิมแล้ว ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายในสิงคโปร์กำลังปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารและโภชนาการเพื่อเพิ่มพลังงานและประสิทธิภาพของร่างกาย
การรับประทานอาหารเพื่อการออกกำลังกาย
ในสิงคโปร์ มื้ออาหารหลังออกกำลังกายมีอะไรมากกว่าแค่โปรตีนเชค ไข่หลายฟอง และอกไก่ที่คุ้นเคย
ตั้งแต่คาเฟ่อาหารจากพืชไปจนถึงสูตรอาหารที่คัดสรรมาเพื่อสุขภาพ ปัจจุบันมีทางเลือกมากขึ้นสำหรับผู้ชายชาวสิงคโปร์ที่เข้าใจว่าอาหารและโภชนาการมีความสำคัญพอๆ กับการออกกำลังกาย เพื่อให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ฟื้นฟูร่างกายได้อย่างเหมาะสม และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงสูงสุด
คาเฟ่เพื่อร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ
Cultivate Café ที่โรงแรม Maxwell Reserve ใช้ผักหลากหลายชนิดและผลิตภัณฑ์ทดแทนจากสัตว์เพื่อเสิร์ฟ 'อาหารบริสุทธิ์ [ที่ช่วยบำรุง] จิตวิญญาณ’
เมนูเด่น ได้แก่ แซนด์วิชวีแกน เช่น มอสซาเรลล่าชีสจากพืชรมควันกับอะโวคาโด ปรุงรสด้วยซูแมค หอมแดง และแยมมะม่วง (mango chutney) ซุปต่างๆ เช่น ซุปแพร์และต้นกระเทียม มะเขือเทศแฮร์ลูมย่างกับโหระพา และเบอร์เกอร์เห็ดพอร์โทเบลโลที่อัดแน่นด้วยพริกหวานย่างรมควัน หอมหัวใหญ่สเปนรสหวาน และแยมมะเขือเทศพริกรสจัดจ้าน
นอกเหนือจากอาหารจากพืชแล้ว The Living Cafe ยังเชี่ยวชาญด้านอาหารดิบ (raw food) ซึ่งเป็นอาหารวีแกนที่ปราศจากผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ไม่ผ่านการปรุงสุกและไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป และไม่ได้รับความร้อนเกินประมาณ 118 องศาฟาเรนไฮต์ วิธีนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าวัตถุดิบจะยังคงวิตามินและแร่ธาตุส่วนใหญ่ไว้ นักวิทยาศาสตร์สังเกตว่าอาหารดังกล่าวช่วยในการรักษาปัญหาสุขภาพบางประการ เช่น กลุ่มอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง โรคหัวใจ และอื่นๆ
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเมนูทั้งหมดของพวกเขาจะเป็นเพียงสลัดและอาหารแบบชามเท่านั้น The Living Café ได้ค้นหาวิธีการสร้างสรรค์ขนมหวาน แม้จะไม่มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์และขั้นตอนการปรุงอาหารเพิ่มเติมก็ตาม
อาหารฟังก์ชันเพื่อการออกกำลังกายและโลก
มีธุรกิจในสิงคโปร์ที่นำเสนออาหารฟังก์ชัน (functional food) ซึ่งเป็นมื้ออาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารและมีประโยชน์เพิ่มเติม เช่น การป้องกันโรคหรือการจัดการกับปัญหาสุขภาพต่างๆ บางแห่งยังก้าวไปไกลกว่าสุขภาพของมนุษย์ โดยคำนึงถึงสุขภาพของโลกโดยรวมด้วย
WhatIF เป็นสตาร์ทอัพด้านอาหารและเทคโนโลยีในสิงคโปร์ที่ยึดหลักเกษตรกรรมฟื้นฟู (regenerative agriculture) คือการดูแลพืชที่สามารถเปลี่ยนเป็นอาหารที่ยั่งยืนและมีคุณค่าทางโภชนาการ ในขณะที่ยังคงรักษาความสมบูรณ์ของดินไว้สำหรับพืชรอบถัดไป
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นผ่านผลิตภัณฑ์นมและบะหมี่ที่ทำจากถั่วบัมบารา (bambara groundnut) ซึ่งเป็นพืชที่มีต้นกำเนิดจากแอฟริกาตะวันตก WhatIF ระบุว่าถั่วชนิดนี้เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืนกว่าพืชชนิดอื่น เช่น ถั่วเหลืองและข้าวโอ๊ต และมีความสามารถในการฟื้นฟูสุขภาพของดินในทุกที่ที่ปลูก ถือเป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งต่อผู้คนและโลก
นอกจากนี้ยังมี Rejuven ซึ่งผสมผสานหลักการของอาหารฟังก์ชันและแพทย์แผนจีนเพื่อสร้างสรรค์มื้ออาหารที่หลากหลายเพื่อสุขภาพและความมีชีวิตชีวา นอกเหนือจากซุปและสตูว์ที่อุดมไปด้วยสมุนไพร ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อพลังงานและสุขภาพโดยรวมแล้ว พวกเขายังคัดสรรเมนูสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานและโรคมะเร็งอีกด้วย
ภาพโดยความเอื้อเฟื้อจาก Cultivate Café, Fernando Hung (Pexels)
